| "หยก"...โชคลางและศิริมงคล |
|
โดย ทราย [ร่มฉัตร ไชยรักษา]
|
ทัศนคติเกี่ยวกับอัญมณีของชนชาติต่างๆมีตรงกันบ้าง ต่างกันบ้าง
ทั้งในด้านความเชื่อ และคุณค่าของอัญมณี หลายพันปีมาแล้วที่ชาวจีนมีความเชื่อว่า "หยก" เป็นอัญมณีล้ำค่า เป็นสิริมงคลแก่
ผู้ที่ได้มาครอบครอง ทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง มั่งคั่ง โชคดี อายุยืนยาว
|
ชาวจีนโบราณเรียกหยกว่า "หยู" หรือ "หยุก" หรือ "เง็ก" ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธ์
ที่สวรรค์ประทานให้ ยกย่องให้หยกเป็นสัญลักษณ์ของคุณธรรม 5 ประการ คือ ใจบุญ สมถะ กล้าหาญ ยุติธรรม และมีสติปัญญา
ความแข็ง และความหนาแน่นของเนื้อหยกนั้นเปรียบเสมือนความฉลาด และความกล้าหาญ ความลื่นเป็นมันของผิวหยกคือ ความยุติธรรม
และการให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลเป็นเครื่องหมายของความกตัญญูรู้คุณ
|
|
หยกมีหลายสี เช่น เขียว แดง ม่วง ดำ เหลือง น้ำตาล ฯลฯ แต่ที่นิยม คือ เขียวเข้มสดใส ซึ่งแต่ละสีจะมีสัญลักษณ์ต่างกันออกไป
ได้แก่
| หยกสีเขียว | เป็นสัญลักษณ์ของ | ความอุดมสมบูรณ์ ความร่ำรวย |
| หยกสีขาว | เป็นสัญลักษณ์ของ | ความมีโชคดี |
| หยกสีม่วง | เป็นสัญลักษณ์ของ | ชีวิตที่มีความสุข สมบูรณ์พร้อม |
| หยกสีอ่อนๆเนื้อแก้ว | เป็นสัญลักษณ์ของ | จิตใจที่สงบสุข |
| ฯลฯ |
คนจีนยังเชื่อกันอีกว่า หยกเป็นสื่อของพลังในการสร้างสรรค์ มีอำนาจคุ้มครองป้องกันอัปมงคล เสนียดจัญไร และถือว่าเป็นโชคลาง
โดยมีข้อสังเกตว่า ถ้าหยกที่สวมใส่อยู่นั้นมีสีสันสดใสขึ้น แปลว่า กำลังจะมีโชคดี แต่ในทางกลับกัน ถ้าหยกนั้นมีความหมองมัวหรือเห็นรอยแตกร้าว
ชัดเจนก็เชื่อกันว่า กำลังจะมีเคราะห์ร้ายเกิดขึ้น
 |
ชาวจีนนิยมนำหยกมาแกะสลักเป็นรูปสัตว์ต่างๆ เช่น ปลา เต่า จิ้งหรีด หน้าเสือ หน้าเสือสองหน้า
เรียกว่า เต๋าเตี่ย (Tao Tieh) ใช้เป็นเครื่องลาง บางทีก็ประกอบกีบความเชื่อ เช่น นำมาแกะเป็นรูปกลมแบนมีรูตรงกลาง เป็นสัญลักษณ์ของสวรรค์
เรียกว่า ปิ (Pi) เพราะถือว่าสวรรค์กลม และนำมาแกะเป็นรูปสี่เหลี่ยม เป็นสัญลักษณ์ เรียกว่า จุง (Tsung) เพราะถือว่าโลกเป็นรูปสี่เหลี่ยม
|
|
|