สีสันแห่งวงการอัญมณีไทย
รายงานความก้าวหน้างาน fair ข่าวคราวความเคลื่อนไหวในวงการ เวปบอร์ดเกี่ยวกับ Jewelry เรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Jewelry ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง Jewelry เกี่ยวกับ website นี้


 
 
 
 
  วันที่ Jewelryseason > Know How    
 

About Diamond II

โดย กุง[นิอร อัศวนภ]

       เนื่องจากเพชรถูกทับถมอยู่ใต้โลกเป็นเวลานานจึงมีความแข็ง และความหนาแน่นมากที่สุดในมาตราส่วนเปรียบเทียบความแข็งของ Moh หรือ Moh's Scale จะแบ่งแร่ที่มีความแข็งต่างๆกันเป็น 10 อันดับ กำหนดเป็นความแข็งมาตรฐาน แร่ที่แข็งกว่าเพียง 1 ขั้นก็จะขีดแร่ที่อ่อนกว่า 1 ขั้นเป็นรอยและลบไม่ออก เช่น ถ้าต้องการทดสอบเพชรก็ใช้ทับทิมที่มีความคมมาขีดเพชรดู ถ้าไม่มีรอยก็แสดงว่าเป็นเพชรแท้ แต่ถ้ามีรอยก็เป็นเพชรเลียนแบบ
ค่าความแข็ง แร่มาตรฐาน Moh's Scale
1 ทัลค์ (Talc)
2 ยิปซัม (Gypsum)
3 แคลไซต์ (Calcite)
4 ฟลูออไรต์ (Fluorite)
5 อะพาไทต์ (Apatite)
6 ออร์โทเคลส (Orthoclase)
7 ควอตซ์ (Quartz)
8 โทแพซ (Topaz)
9 คอรันดัม (Corundum)
10เพชร (Diamond)

       แต่ละหน้าผลึกของเพชรมีความแข็งต่างกัน ดังนั้นเพชรสามารถสามารถตัดเพชรได้ นอกจากนี้เพชรมีแนวแตกเรียบ (Cleavage) ซึ่งเป็นรอยแตกตามระนาบในโครงสร้างอะตอมในผลึก เวลาตัดเพชรเม็ดใหญ่ให้เป็นส่วนๆแนวแตกเหล่านี้จะช่วยได้มาก แต่เวลาเจียระไนต้องระวังไม่ให้กระทบถูกแนวแตกรียบเพื่อไม่ให้เพชรที่ถูกเจียระไนมีตำหนิ

Diamond ring

       เพชรที่ยังไม่ผ่านการเจียระไนจะไม่มีความแวววาวเป็นประกาย สมบัติของความวาวและเป็นประกาย (Luster & Brilliancy) เรียกกันว่า ไฟ (Fire) ส่วนคุณสมบัติการโปร่งแสงเราเรียกว่า น้ำ (Water of a Diamond) ไฟและน้ำของเพชรขึ้นอยู่กับลักษณะผลึก การเจียระไนและขัดเพชรมีค่าดัชนีหักเห (Refractive Index) และค่าการกระจายแสง (Dispersion) สูง คือ 2.42 และ 0.044 ตามลำดับ

       เมื่อแสงผ่านเพชรจะเกิดการหักเหของแสงภายในผลึกแล้วสะท้อนออกมามาก และเกิดการแยกแสงสีขาวออกเป็นสีรุ้งเป็นประกาย ความถ่วงจำเพาะของเพชร คือ 3.5 แม้ว่าเพชรจะมีความแข็งมากแต่เปราะ จึงสามารถแตกและบดเป็นผงได้ เพชรจะแตกได้ถ้าได้รับความร้อนอย่างเฉียบพลัน เพชรเป็นแร่ที่เฉื่อย คือ ไม่ทำปฏิกิริยากับสารเคมีชนิดอื่นนอกจาก Oxidizing Agent ในอุณหภูมิสูงๆ และทำปฏิกิริยากับโซเดียมคาร์บอเนต และโซเดียมไนเตรตที่หลอมเหลวที่อุณหภูมิสูง เพชรที่อุณหภูมิห้องเป็นฉนวนไฟฟ้าที่ดีที่สุด นอกจากนี้เพชรยังมีการนำความร้อนสูงมาก Diamond pony

Diamond Ring        การเลือกซื้อเพชรน้ำหนักของเพชรไม่ได้เป็นตัวกำหนดราคาเพียงอย่างเดียว ต้องพิจารณาคุณสมบัติอื่นๆประกอบด้วย โดยอาศัย 4C ดังนี้
1 CARAT (น้ำหนัก) ขนาดของเพชรยิ่งโตราคายิ่งสูงขึ้น น้ำหนักเพชรใช้วัดเป็น CARAT ซึ่ง 1 CARAT เท่ากับ 0.200 กรัม (200 มิลลิกรัม หรือ 1/5 กรัม) 1 กรัมเท่ากับ 5 CARAT
2 COLOR (สี) เกิดขึ้นจากการรวมตัวทางเคมีของธาตุต่างๆ สีของเพชรมีทุกสี แต่ที่มีค่า ได้แก่ สีทึ่ไม่มีสีอื่นเจือปน (Colorless)
3 CLARITY (ความบริสุทธิ์) เพชรแท้ธรรมชาติต้องไม่บริสุทธิ์ 100% ถ้าดูด้วยกล้องขยาย 1,000 เท่า จะมองเห็นเส้นเล็กๆ หรือจุดเล็กๆซึ่งแสดงถึงความไม่บริสุทธิ์ของเพชรธรรมชาติ
4 CUTTING (การเจียระไน) การเจียระไนมีความสำคัญต่อเพชรมาก ถ้าฝีมือในการเจียระไนสวยจะทำให้เพชรมีประกายสวยขึ้น

       อินเดียเป็นชาติแรกที่รู้จักการเจียระไนเพชร แต่ไม่มีชื่อเรื่องความสวยงามเพราะคำนึงถึงปริมาณเนื้อเพชรมากๆ จนกระทั่ง Vineenti Peruzzi ชาวเวนิสเป็นผู้ออกแบบ Brilliant cut นับเป็นครั้งแรกที่ทำให้นักเจียระไนทั่วโลกได้เห็นไฟ และประการแวววาวที่สวยงามของเพชรเป็นครั้งแรก แต่รูปทรงยังไม่ดีนักโดยในเวลาต่อมาก็ได้มีการปรับปรุงต่อเนื่องกันมาเรื่อยๆ
       แหล่งเจียระไนที่มีชื่อ ได้แก่ เบลเยียม, ฮอลันดา, นิวยอร์ค, ลอนดอน, อิสราเอล และอินเดีย ในปัจจุบันรูปแบบการเจียระไนที่นิยม คือ การเจียระไนเหลี่ยมเกสร (Round Brilliant Cut) ซึ่งมี 57-58 เหลี่ยม ถ้าเพชรมีคุณสมบัติ 4C อย่างใดอย่างหนึ่ง หมายถึง เพชรที่ไม่มีสี มีรูปร่างในการเจียระไนสวยงาม ไม่มีมลทิน
       โปรดติดตามอ่าน About Diamond ตอนที่ 3 ต่อไปได้เลยค่ะ...


Activities | News | Board | Inside Story | Know How | Who r us
Jewelryseason




  copyright @2000            Contact us info@jewelryseason.com
Design by Achapong Kredsilp & Worapat Paireekreng

Special Thanks to...

 
esmartstart.com
   
everyone.net
 
networksolutions
 
internet explorer
  Thaimisc.com plenty of free stuffs  




*** Best View with Internet Explorer 4.x up and 800x600up pixel Mode ***


 




Hosted by eSmartStart.com. Get your FREE 100 MB web site today!