สีสันแห่งวงการอัญมณีไทย
รายงานความก้าวหน้างาน fair ข่าวคราวความเคลื่อนไหวในวงการ เวปบอร์ดเกี่ยวกับ Jewelry เรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Jewelry ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง Jewelry เกี่ยวกับ website นี้


 
 
 
 
  วันที่ Jewelryseason > Know How    
 

การปรับปรุงคุณภาพพลอย

     การปรับปรุงคุณภาพพลอย(Gem enhancement) หมายถึง การทำให้พลอยมีคุณภาพดีขึ้น สวยงามขึ้นด้วยกรรมวิธีต่างๆ บางวิธีเป็นที่ยอมรับได้ เนื่องจากเป็นการปรับปรุงอย่างถาวร แต่บางวิธีก็ไม่เป็นที่ยอมรับ เพราะถือว่าเป็นการหลอกลวงในการซื้อขาย ซึ่งจะกล่าวต่อไปนี้
วิธีการปรับปรุงคุณภาพพลอย มีดังนี้
  1. การเผาพลอย (Heat treatment)
  2. การเคลือบสีพลอย (Diffusion)
  3. การฉายรังสี (Irradiation)
  4. การย้อมสี (Dyed)
  5. การแช่น้ำมัน (Oiling)
  6. การอุด (Surface repair)
  7. การเคลือบด้วยขี้ผึ้งหรือพลาสติก (Wax or plastic impregnetion)
  8. พลอยปะ (Assembled stones)
  9. การฉาบสี (Foilback)
Crocodile
การเผาพลอย (Heat treatment)
     วิธีการนี้นิยมนำมาใช้กับพลอยตระกูลคอรันดัม ได้แก่ ทับทิม ไพลิน และบุษราคัม วัตถุประสงค์ของการเผาพลอยคือ เพื่อไล่ตำหนิเส้นไหม ซึ่งช่วยให้พลอยใสสะอาดขึ้น อุณหภูมิของเตาเผาประมาณ 1,600-1,900 องศาเซลเซียส เมื่อเผาแล้วต้องทำให้พลอยเย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันการตกผลึกใหม่ของเส้นไหม
ประโยชน์ของการเผาพลอย นอกจากเพื่อให้พลอยใสสะอาดขึ้นแล้วยังมีจุดประสงค์อื่นอีกคือการเผาเพื่อเพิ่มสีให้เข้มขึ้น และการเผาพลอยเพื่อลดสีให้อ่อนลง พบว่าสภาวะของบรรยากาศในเตาเผามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเผาพลอย
Meow
การเคลือบสีพลอย (Diffusion)
     วิธีการนี้นิยมนำมาใช้กับพลอยตระกูลคอรันดัม ได้แก่ ทับทิมและแซฟไฟร์ การเคลือบสีทำได้โดยนำผงธาตุให้สีมาเผาพร้อมกับพลอยด้วยความร้อนสูง ธาตุให้สีจะแทรกเข้าไปในเนื้อพลอยเป็นชั้นบางๆ เพียง 0.10-0.50 มิลลิเมตรตามผิวพลอยและทำให้เกิดสี ฉะนั้นในกรณีของพลอยที่ผ่านการเคลือบสี หากมีการเจียระไนผิวพลอยในภายหลังจะทำให้สีที่เคลือบไว้หายไป การสังเกตพลอยเคลือบสี จะพบว่าขอบของแต่ละเหลี่ยม (Facet junctions) จะมีสีเข้มกว่าเนื้อพลอยบริเวณอื่น

In-Color Sapphire
การฉายรังสี (Irradiation)
     การฉายรังสีนิยมใช้กับพลอยแซฟไฟร์สีเหลืองอ่อนหรือสีส้มของลังกา เพราะหลังการฉายรังสีแล้วสีจะเข้มขึ้น แต่สีที่ได้จะไม่คงทน ซึ่งสามารถทดสอบได้ด้วยวิธีเฟดเทสต์ (Fade test) โดยวางพลอยไว้ใต้ไฟแรงๆ 150 วัตต์ประมาณ 1 ชั่วโมง สีจะถอยจางลง นอกจากนี้การฉายรังสียังนิยมใช้กับพลอยโทแพซ ทั้งนี้เนื่องจากว่าโทแพซสีฟ้าในธรรมชาติพบยากมาก จึงนิยมใช้การฉายรังสีเพื่อให้ได้โทแพซสีฟ้าและสีน้ำเงิน หลังการฉายรังสีแล้วจะนำไปเผา โทแพซที่ได้จะมีสีถาวร


Fade Test
การย้อมสี (Irradiation)
     การย้อมสีนิยมทำกับพลอยที่มีรอยแตกเพราะสีจะสามารถซึมเข้ารอยแตกได้ เช่น ควอรตซ์ หยก ลาปิสลาซูลี และทับทิม การทดสอบพลอยย้อมสีสามารถทำได้โดยใช้กล้องจุลทรรศน์จะเห็นสีเข้มตามรอยแตก
ในกรณีของทับทิมย้อมสีเราทดสอบโดยนำสำลีที่ชุบแอลกอฮอล์หรืออะซีโตนเช็ดด้านหลังของพลอยจะเห็นสีแดงติดที่สำลี


Oiled-Emerald
การแช่น้ำมัน (Oiling)
     การแช่น้ำมันนิยมทำกับมรกต เนื่องจากมรกตเป็นพลอยที่มีรอยแตกมาก การแช่น้ำมันจะทำให้พลอยดูดีขึ้น เนื่องจากน้ำมันจะแทรกไปตามรอยแตก ช่วยปิดบังรอยแตก
การทดสอบพลอยแช่น้ำมัน ทำได้โดยใช้เข็มร้อนจี้ตามรอยแตก จะเห็นมีน้ำมันเยิ้มออกมา ซึ่งเห็นได้ชัดเจนเมื่อดูด้วยกล้องจุลทรรศน์

การอุด (Surface repair)
     การอุดพลอยทำได้โดยนำซิลิกาเจล (Silica gel) ป้ายบริเวณที่ต้องการจะอุด แล้วนำพลอยไปเผา ซิลิกาเจลจะกลายเป็นแก้วติดเข้าไปในหลุม การตรวจสอบให้ใช้กล้องจุลทรรศน์จะพบว่าความวาวของบริเวณผิวพลอย และบริเวณที่อุดจะแตกต่างกัน ตรงบริเวณที่อุดจะพบฟองอากาศ เมื่อหยดกรดกัดแก้วลงในหลุมที่อุดไว้ กรดกัดแก้วจะทำปฏิกิริยากับแก้วที่อุดไว้ทำให้เห็นเป็นหลุมดังเดิม

Surface repair Gem


Plastic impregnationed Jade
การเคลือบพลอยด้วยขี้ผึ้งหรือพลาสติก (Wax or plastic impregnation)
     การเคลือบด้วยขี้ผึ้งหรือพลาสติกนิยมใช้กับพลอยที่มีผิวไม่เรียบ เมื่อเคลือบแล้วพลอยจะสวยขึ้น พลอยที่นิยมเคลือบด้วยขี้ผึ้งหรือพลาสติก ได้แก่ เทอร์ควอยส์ ลาปิสลาซูลี และหยก การตรวจสอบทำได้โดยใช้เข็มร้อนจี้จะมีกลิ่นขี้ผึ้งและพลาสติก
พลอยปะ (Assembled stones)
     พลอยปะที่มีในท้องตลาดมีทั้งพลอยปะ 2 ชั้นและพลอยปะ 3 ชั้นเช่น คอรันดัมปะ 2 ชั้น (Corundum doublet) โกเมนปะด้วยแก้ว (Garnet glass doublet) โอปอลปะ 2 ชั้น (Opal doublet) และโอปอลปะ 3 ชั้น (Opal triplet) เบริลปะ 3 ชั้น (Beryl triplet) หยกปะ 3 ชั้น (Jadeite triplet) ควอรตซ์ปะ 3 ชั้น (Quartz triplet) และสปิเนลสังเคราะห์ปะ 3 ชั้น (Synthetic spinel triplet) เป็นต้น
การตรวจสอบพลอยปะทำได้โดยใช้กล้องจุลทรรศน์ คีบพลอยโดยให้หน้าพลอยและก้นพลอยอยู่ระหว่างปากคีบ (Table to culet) สังเกตพลอยด้านข้างจะเห็นรอยต่อของแต่ละชั้น และเมื่อคีบพลอยให้ปากคีบจับอยู่ที่ขอบพลอย (Girdle to girdle) แล้วมองผ่านกล้องจุลทรรศน์ จะเห็นฟองอากาศที่อยู่ระหว่างชั้นชัดเจน
คอรันดัมปะ 2 ชั้นมีลักษณะดังนี้คือ ชั้นบนเป็นคอรันดัมธรรมชาติ มักใช้คอรันดัมโปร่งใส สีใสไม่มีสีหรือสีเขียว ส่วนชั้นล่างเป็นคอรันดัมสังเคราะห์สีแดงหรือสีน้ำเงิน
โกเมนปะ 2 ชั้นมีลักษณะดังนี้คือ ชั้นบนเป็นโกเมนมักใช้แอลแมนไดต์ ส่วนชั้นล่างเป็นแก้วซึ่งนิยอใช้สีต่างๆ เช่น แดง เขียว และน้ำเงิน ในกลางคริสตวรรษ 1800 นิยมใช้โกเมนปะ 2 ชั้นเลียนแบบพลอยสีต่างๆ
โอปอลปะ 2 ชั้นมีลักษณะดังนี้คือ ชั้นบนเป็นโอปอล ส่วนชั้นล่างเป็นคาลซีโดนีสีดำ (Black chalcedony) หรือแก้ว หรือโอปอลธรรมดา (Common opal) และปะติดกันด้วยน้ำยาสีดำ เพื่อช่วยการเล่นสีของแผ่นโอปอลชั้นบน
โอปอลปะ 3 ชั้นมีลักษณะดังนี้ คือ ชั้นบนเป็นควอรตซ์ใสไม่มีสี หรือพลอยชนิดอื่นที่ใสไม่มีสี ชั้นกลางเป็นโอปอล และชั้นล่างเป็นคาลซีโดนีสีดำ หรือแก้ว หรือโอปอลธรรมดาที่ปะติดกันด้วยน้ำยาสีดำ
โอปอลปะ 2 ชั้นและโอปอลปะ 3 ชั้น เป็นที่ยอมรับกันในท้องตลาด ทั้งนี้เพราะโอปอลมีธรรมชาติของการเกิดเป็นแผ่นบางๆ ซึ่งแตกง่าย การทำเป็นโอปอลปะจึงช่วยให้พลอยแข็งแรงขึ้น

Doublet

Tripplet
เบริลปะ 3 ชั้นมีลักษณะดังนี้คือ ชั้นบนเป็นเบริลโปร่งใสไม่มีสี ชั้นกลางเป็นซีเมนต์สี (Coloured cement) และชั้นล่างเป็นเบริลใสไม่มีสี ทำขึ้นเพื่อเลียนแบบมรกต โดยทำชั้นกลางเป็นซีเมนต์สีเขียว
หยกปะ 3 ชั้นมีลักษณะดังนี้คือ ชั้นบนเป็นหยกโปร่งแสงสีขาวอมเทา ชั้นกลางเป็นแผ่นสีเขียวลักษณะคล้ายเจลลี่ และชั้นล่างเป็นแผ่นหยกบางๆ ทำขึ้นเพื่อเลียนแบบหยก แต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมในท้องตลาด เนื่องจากแผ่นสีเขียวที่มีลักษณะคล้ายเจลลี่อาจแห้ง หรือซึมออกมาได้
ควอรตซ์ปะ 3 ชั้นมีลักษณะดังนี้คือ ชั้นบนเป็นควอรตซ์โปร่งใสไม่มีสี ชั้นกลางเป็นซีเมนต์สี และชั้นล่างเป็นควอรตซ์โปร่งใสไม่มีสี มักใช้ชั้นกลางเป็นซีเมนต์สีเขียวเพื่อเลียนแบบมรกต
สปิเนลสังเคราะห์ปะ 3 ชั้น มีลักษณะดังนี้คือ ชั้นบนเป็นสปิเนลสังเคราะห์โปร่งใสไม่มีสี ชั้นกลางเป็นซีเมนต์สี และชั้นล่างเป็นสปิเนลสังเคราะห์โปร่งใสไม่มีสี
สปิเนลสังเคราะห์ปะ 3 ชั้นมีมากในท้องตลาด ทำขึ้นเพื่อเลียนแบบมรกตจึงทำชั้นกลางเป็นซีเมนต์สีเขียว
การฉาบสี (Foilback)
     การฉาบสีเป็นการฉาบโลหะสีไว้ด้านหลังพลอย จะช่วยให้สีและประกายของพลอยดีขึ้น ทั้งนี้เพราะโลหะสีที่ฉาบไว้จะช่วยในการสะท้อนแสงของตัวพลอย พบว่าแก้วฉาบสีมีมากในท้องตลาด

Foiled Back Gem


Activities | News | Board | Inside Story | Know How | Who r us
Jewelryseason




  copyright @2000            Contact us info@jewelryseason.com
Design by Achapong Kredsilp & Worapat Paireekreng

Special Thanks to...

 
esmartstart.com
   
everyone.net
 
networksolutions
 
internet explorer
  Thaimisc.com plenty of free stuffs  




*** Best View with Internet Explorer 4.x up and 800x600up pixel Mode ***


 




Hosted by eSmartStart.com. Get your FREE 100 MB web site today!